SHINEE vs Ohitorisama

posted on 05 Dec 2009 00:34 by matsuo-minds  in LIFE, Other, w-inds

วันนี้ไปดู shinee อัดรายการที่บริษัทมา

เด็กๆ น่ารักกันมาก ไม่ต่างไปจากครั้งแรกที่ได้เจอเลย

โดยเฉพาะน้องแทมิน นี่ขนาดว่าเราไม่ได้ชอบ shinee มากๆนะ
(เราเพียงแต่ชอบดูพวกเค้าเต้นและร้องเท่านั้น)

เรายังรู้สึกว่า น้องแทมินนี่สุดยอดเลย

เวลามอง จะไม่มองธรรมดา จะมอง แล้วยิ้ม แล้วก็จิกตาและปาก

โอยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

นี่ขนาดเราจัดว่าเป็นคนนอกนะ เรายังรู้สึกว่าน้องน่ารักมากๆ

นี่ถ้าชอบมากๆ เราคงกรี๊ดไปแล้ว 55555

แต่วันนี้จ้องเด็กๆเต้นอย่างเดียวเลย

 

และเนื่องจากว่า แฟนคลับมาเยอะมาก ทำให้เด็กๆ ไม่ได้ยินเสียงเพลง

แฟนๆ เลยได้กำไร ได้ดู Shinee เต้น 2 รอบเลย ^^

 

จริงๆ แล้ววันนี้จะมีละครเรื่อง Ohitorisama ซึ่งเคตะคุงร่วมแสดงด้วย

เราติดตามดูแบบสดๆ มา 7 ตอนแล้ว วันนี้เป็นตอนที่ 8

ตอนแรกนึกว่าจะกลับมาดูทัน เพราะว่า shinee เลิกประมาณ 4 โมงครึ่ง

แต่.... พี่ที่บริษัทให้ช่วยอยู่ทดสอบเกมใหม่ เลยปาเข้าไป 2 ทุ่ม เพิ่งจะออกจากบริษัท

เลยอดดูเคตะคุงเลย T____T แล้ววันนี้ เทปจังโดนจูบด้วย TOT....

เสียดายมากๆ น้องเมียมบอกว่า ได้อย่างเสียอย่าง แต่ไม่อยากให้เสียเลย

เสียดายง่า..............................

แต่ตอนหน้าต้องดูให้ได้ เพราะเทปจังจะโดนเคตะคุงโกรธ

และที่สำคัญ ละครเรื่องนี้คงใกล้จบแล้วหล่ะ ^^

 

ปล. อยากให้เคตะคุงเล่นละครอีกเน๊อะ ^^

 

edit @ 6 Dec 2009 00:08:16 by Matsuokun

ก้อนหินที่ยิ่งใหญ่

posted on 01 Dec 2009 22:39 by matsuo-minds  in LIFE

วันนี้ไปซื้อกาแฟที่ร้านแถวบ้านมา

ระหว่างที่นั่งรอกาแฟก็เปิดหนังสือที่ตั้งอยู่ที่ร้านไปพลางๆ

แล้วก็เปิดไปเจอหน้าหนึ่งเข้าก็เลยอ่าน แล้วก็อยากจะเอามาลงให้อ่านกันด้วย

ตอนแรกกะเอาแค่บางประโยค แต่สุดท้ายก็ต้องยืมหนังสือมาเลยหละ

เอาไปอ่านทั้งคอลัมน์เลยละกันนะ ไม่ยาวมากหรอก ^^

 

(ที่มาหนังสือ : กุลสตรี ปักแรก เดือนตุลาคม 2552, เรื่อง : ปันขวัญ)

 

ก้อนหินที่ยิ่งใหญ่

 

มีใครเคยไปยืนแหงนมองภูเขาในระยะใกล้ๆ ไหมคะ ถ้าใครเคยไปยนมองภูเขาในระยะประชิด คงจะรู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างที่ธรรมชาติเป็นผู้ออกแบบเองล้วนๆ โดยไม่รบกวนขอซื้อความคิดจากภูมิสถาปัตย์คนไหน

ธรรมชาติออกแบบภูเขาไว้หลายทรง มีทั้งภูเขายืนตระหง่านเดี่ยวๆ และเทือกเขาที่เป็นแนวยาวเหมือนโบกี้รถไฟ ภูเขาลูกไหนได้รับการออกแบบอย่างครบเครื่อง ก็จะมีรูปทรงสวยงาม มีทั้งป่าไม้ น้ำตก และสัตว์ป่า

ส่วนภูเขาลูกไหนถูกออกแบบให้อาภัพ ก็จะมีรูปลักษณ์ไม่สวยงาม เป็นเพียงภูเขาหินล้วนๆ ที่แสนจะแห้งแล้ง

แต่ไม่ว่าภูเขาจะสวยมากหรือสวยน้อย ความยิ่งใหญ่อันทรงพลังของภูเขา ก็สามารถเป็นแรงดลใจให้นักปรัชญาทุกยุคทุกสมัย สร้างคำปราชญ์เกี่ยวกับชีวิตไว้มากมายเช่นว่า...

- จงหนักแน่นดั่งขุนเขา...ใจกว้างดั่งแม่น้ำ
- หากเคลื่อนย้ายภูเขาไม่ได้ จงเคลื่อนย้ายตัวเอง
- ชีวิตต้องดำรงอยู่อย่างสง่าดุจภูผา
- ความสำเร็จคือการเดินขึ้นภูเขาสูง

ถ้าหากเราอยากเป็นคนที่ยิ่งใหญ่เหมือนภูเขา เราก็ต้องวงรากฐานชีวิตให้แข็งแรง และต้องใช้ความพยายามมากเป็นพิเศษ เพราะว่าการก้าวสุ่ความยิ่งใหญ่นั้นเป็นเรื่องที่ยากแน่ ลำบากแน่ แต่ถ้าเราคิดว่าตัวเอง "แน่" ก็ลองดูสักตั้งจะเป็นไร ไม่มีอะไรเสียหาย

แต่ประเด็นสำคัญคือ เราต้องตั้งปณิธานว่าเราจะยิ่งใหญ่อย่างมีจุดยืน ยิ่งใหญ่อย่างถูกทาง และยิ่งใหญ่อย่างสมศักดิ์ศรี ไม่ใช่ยิ่งใหญ่จากการฉวยโอกาส หรือยิ่งใหญ่ด้วยวิธีการอันน่ารังเกียจ

ภาษิตบนหนึ่งกล่าวไว้ว่า "รั้วหนึ่งแถบต้องใช้เสาอย่างน้อย  3 ต้น ค้ำยัน ความยิ่งใหญ่ของคนหนึ่งคนต้องมีคนอุ้มชูอย่างน้อย  3 คน"

ความยิ่งใหญ่สร้างได้ แต่สร้างเพียงลำพังคนเดียวไม่ได้ ต่อให้เรามีความสามารถสูงส่งหรือมีต้นทุนชีวิตดีขนาดไหน เราก็ต้องอาสัยคนอื่นๆ ช่วยส่งเสริมผลักดันด้วย จึงจะสามารถก้าวขึ้นสู่ยอดเขาได้ตามที่ตั้งใจ

ฉะนั้น เมื่อใดที่เรายิ่งใหญ่สสมใจนึก เราก็ต้องตอบแทนบุญคุณคนที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูล เราต้องรู้จักสร้างและรักษามิตรภาพกับทุกคนที่พบระหว่างทาง เพราะวันใดที่เราต้องเดินกลับลงมาจากยอดเขา เราจะต้องพบกับพวกเขาเหล่านั้นอีก

แต่ถ้าหากเราไม่อาจเป็นภูเขาสวยๆ ได้อย่างที่เราหวังไว้ ก็ไม่ต้องตีอกชกหัวให้เจ็บตัวเจ็บใจ จงประกาศกับตัวเองดังๆ ไปเลยว่า "ถอยดีกว่า...ไม่เอาดีกว่า"

เราต้องยอมรับว่า ยอดเขาไม่ใช่ที่ที่ทุกคนจะป่ายปีนขึ้นไปได้ ชัยชนะบางอย่างอาจจะไม่ใช่ของเรา ความยิ่งใหย่บางอย่างเราอาจจะครอบครองไม่ได้

เพราะฉะนั้นเราต้องไม่โกหกตัวเองหรือหลอกตัวเองว่าต้องทำได้สถานเดียว เดี๋ยวจะกลายเป็นอึ่งอ่านที่พยายามเบ่งตัวให้ใหญ่เท่าวัวจนท้องแตกตาย สิ่งไหนทำได้ก็คือทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้ เราต้องไม่ปฎิเสธความจริงข้อนี้

ความสำคัญของการมีชีวิตอยู่ ไม่ได้ขึ้นกับว่าเราเป็นอะไร แต่อยู่ที่ว่าเราเป็นได้หรือไม่และเป็นได้ดีแค่ไหน

ถ้าเราไม่สามารถเป็นภูผาสูงเสียดฟ้า เราก็ลดระดับลงมาเป็น "ก้อนหิน" สักก้อนก็ได้ เป็นในสิ่งที่ลงตัวกับความสามารถ เป็นในสิ่งที่พอเหมาะกับตัวตน เป็นในสิงที่เรายืนหยัดได้ จะเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ ขนาดย่อม หรือขนาดเล็ก ก็ว่ากันไปตามศักยภาพที่มีอยู่

ขอเพียงเราสามารถเป็นก้อนหินที่สวยงาม เป็นก้อนหินที่หายาก และเป็นก้อนหินที่มีคุณค่าเฉพาะตัว ก้อนหินอย่างเราก็จะมีคุณค่าไม่แพ้รัตนชาติ เผลอๆ อาจจะมีราคามากกว่าภูเขาทั้งลูกเสียอีก

เราไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบคุณค่าของตัวเองกับคุณค่าของคนอื่น ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรฐานวัดความสำเร็จแบบเดียวกับคนอื่น เพราะว่าตัวเราจะมีค่าหรือไม่ อยู่ที่ใจ เรามองตัวเองเป็นอย่างไร ถ้าเราเห็นคุณค่าในตัวเอง-เราก็มีค่า ถ้าเราไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง-เราก็ไร้ค่า

ความยิ่งใหญ่อยู่ที่ใจ อยู่ที่ความคิด และอยู่ที่การกระทำ ถ้าเรารู้จักทำชีวิตให้ดี เราก็จะมีความยิ่งใหญ่ในตัวเองโดยอัตโนมัติ

เนื้อแท้แห่งความยิ่งใหญ่ของชีวิต คือการยิ่งใหญ่จากภายใน ยิ่งใหญ่อย่างสงบ ยิ่งใหญ่อย่างรู้ประมาณตน ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่โดยให้ใครยกยอปอปั้น ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่โดยให้คนทั้งโลกรู้เห็น และไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่โดยได้รับเสียงตบมือจากใคร

 

หากเราเป็นภูผาไม่ได้...ก็จงเป็นก้อนหินสวยๆ

หากเราเป็นก้อนหินไม่ได้...ก็จงเป็นก้อนกรวดเล็กๆ

หากเราเป็นก้อนกรวดไม่ได้...ก็จงเป็นทรายนุ่มๆ

ขอเพียงแค่....

"เป็น...เท่าที่เราเป็นได้ อยู่...ตรงที่เราอยู่ได้ นั่นละคือ...สิ่งที่เรายิ่งใหญ่ได้"

 

เราสะดุดตรงประโยคท้าย ที่สุด เลยทำให้ตัดสินใจนำมาลงทั้งๆ ที่ยังไม่ได้อ่านทั้งหมด

ตอนที่พิมพ์ๆ ไป ช่วงที่เราทำตัวใหญ่แดง หนา ไว้ช่วงเกือบท้ายข้อความ

ตรงนั้น เราก็ชอบมากๆ เช่นกัน

ข้อความนี้ให้ความคิดมากมาย อย่างน้อยตรงที่เราทำตัวใหญ่ไว้ ก็ให้แง่คิดไว้อย่างตรงที่สุด

 

ตัวเราไม่สามารถเป็นภูผาได้ เป็นก้อนหินก็ไม่ได้

ก็คงเป็นได้แค่ก้อนกรวดเล็กๆ ^^ แค่นั้นก็พอแล้ว

New World & TRUTH~saigo no shinjitsu~

posted on 27 Nov 2009 01:02 by matsuo-minds  in w-inds

 

 

 

TRUTH = Ryochan'sPV

 

 

 

New World = Ryuchan'sPV

 

 

 

 

 

 

555555555555555555555555555555555555555555555555555555

 

edit @ 27 Nov 2009 01:12:53 by Matsuokun

ใจร้ายง่า \\TTOTT// .....

posted on 21 Nov 2009 21:54 by matsuo-minds  in w-inds

 

ณ. AB-BOY BOLG at 22:44 

 

2009年11月20日

2009.11.20


皆さんお疲れ様です!



リョウヘイです。



前にも発表しましたが、この期間限定でやってきた「充っ子クラブ~AB-BOYへの道2~」は本日で終了します!



理由を述べますと、長い期間やってきて最近はしっかりとブログの更新ができていないので、しばらく休みを頂きたいなと言う理由です。



中途半端はあまり得意では無いのです。



まぁ、いつものブログ終了と一緒の理由ですね。



月末ブログ「月刊!北海Dooo!~月末はコレだ~」を御覧の皆様は引き続きよろしくお願いします。



本当にブログ読んでいただき、ありがとうございました。
----------
Translate by F-ai @ KRparadise (อย่านำออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตินะจ๊ะ)
ทุกคน สวัสดีครับ

เรียวเฮครับผม

ก่อนอื่น ผมมีเรื่องจะแจ้ง "บล็อคเส้นทางของAB BOYเด็กมิซึรุ 2"
ที่อยู่มาจนถึงวันนี้ได้ถึงเวลาสิ้นสุดแล้ว

ถ้าจะพูดถึงเหตุผล ผมก็ใช้บล็อคนี้มานาน
แล้วช่วงนี้ก็คงไม่สามารถจะมาอัพเป็นประจำได้
ก็เลยอยากจะขอพักสักหน่อยนะครับ

ถ้าจะปล่อยให้มันเป็นไปแบบครึ่งๆกลางๆ ผมก็ไม่ค่อยจะถนัดเท่าไร

นี่ก็เป็นเหตุผลที่ผมต้องจบบล็อคที่มาอัพบ่อยๆแบบนี้ล่ะครับ

สำหรับทุกคนที่ยังเข้าไปดูบล็อคในช่วงปลายเดือน (บล็อคมือถือ)
"HokkaiDooo!~ ปลายเดือนก็แบบนี้แหละ" ก็ขอให้ติดตามกันต่อไปนะครับ

วันนี้ขอบคุณมากนะครับ ที่เข้ามาอ่านบล็อคกัน

----------
TTOTT
น้องจะเลิกอัพบล๊อกแล้วอ่ะ
ทำไมอ่า ทำไม ทั้งๆ ที่ตอนนี้เหลือแค่น้องคนเดียวที่ยังอัพสม่ำเสมอ
จะได้รู้ความเคลื่อนไหวของเด็กๆ ผ่านน้อง....
ทำไมเป็นแบบนี้อ่า.......... ใจร้ายที่สุด
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะต้องการให้น้องไปอัพผ่านมือถือรึเปล่า
เพราะจะดูจากมือถือต้องเสียตังค์
แล้วพออัพเยอะๆ ก็จะทำเป็นหนังสือเหมือนริวทูปใช่มั๊ยอ่า
ถ้าใช่............. การตลาดของวิชั่นน่ากลัวเกินไปแล้วอ่า.............. TT^TT........
พูดไม่ออกแล้ว..................

 

edit @ 21 Nov 2009 22:19:02 by Matsuokun

My Dream!!!

posted on 18 Nov 2009 15:18 by matsuo-minds  in LIFE, w-inds

มันชัดเจนมาก.... แต่ก่อนที่มันจะเลือนหายไปต้องรีบมาอัพก่อน 55555555

 

มันเป็นฝันที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ จะให้ถูกคงเป็นตอนเช้ามืดของวันนี้ตะหาก

เพราะว่าเราจะลงไปนอนก็ เกือบตี 4 แล้ว ก็เรียกได้ว่าฝันในวันเกิดเรียวจังอ่ะนะ 5555555

 

เราฝันเห็น ริวจัง กับ เรียวจัง มะคืนนี้ (เรียกมะคืนละกันเน๊อะ)

 

หลายๆคนคงรู้ว่าบ้านเราเป็นร้านขายของ

ในฝัน เหมือนกับว่าเรากำลังทำอะไรสักอย่างอยู่ที่หลังบ้าน เนื่องจากบ้านเปิดโล่ง ก็จะทำให้สามารถเห็นหน้าร้านได้ด้วยว่ามีใครเดินไปมา

ตอนที่กำลังหันหน้าออกมามองหน้าร้าน เราก็เห็น ริวจัง ยืนอยู่หน้าบ้านเรา แล้วก็กำลังหยิบขวดน้ำวุ้นใบเตยที่บ้านเราขาย (ตั้งใส่ลังโฟมใส่น้ำแข็งไว้เย็นเฉียบ) ที่หน้าบ้านขึ้นมาขวดนึ่ง แล้วก็ทำท่าจะแกะขวดน้ำนั้น

เราก็อึ้งอยู่แป๊บนึง แล้วก็เดินออกมาหน้าบ้านเพื่อเก็บตังค์กับริวจังที่เปิดขวดน้ำอยู่... ตอนแรกไม่อยากจะเชื่ออะ ว่าจะใช่ริวจังจริงๆ แต่ยิ่งเดินเข้าก็ได้เห็นหน้าริวจังชัดขึ้น.....


ริวจังอ่ะ ริวจัง ริวอิจิคุง โองาตะ ริวอิจิ แห่งวงวินส์ มายืนอยู่ตรงหน้าเรา


มันชัดเจนมากๆ มากๆ ม๊ากมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก \\TOT// ......

พอเราเห็นแล้วว่านี่หล่ะริวจัง เราก็ยื่นมือออกไปประหนึ่งจะขอขวดน้ำที่ริวจังกำลังปล้ำแกะฝามาเปิดให้ ริวจังเห็นเรายื่นมือไปหา ริวจังก็ส่งขวดน้ำให้เราแกะ ระหว่างแกะ เราก็ชี้ไปที่หลอดที่อยู่ใกล้ๆ แล้วริวจังก็หยิบหลอดมา เราก็เปิดขวดน้ำเสร็จพอดี ริวจังจ่ายตังค์ แล้วก็เอาหลอดใส่ขวดแล้วก็เดินถอยหลังลงไป แล้วก็ดูดน้ำ

ไอ้ตอนนี้เราก็สังเกตุสีหน้าริวจังเลยนะ ว่าเป็นยังไง อร่อยมั้ย ชอบมั๊ย แต่ดูเหมือนริวจังจะชอบ ^^ แต่หรืออาจจะหิวน้ำมากก็ได้ แล้วก็เพราะว่ามองแต่ริวจัง ก็เลยไม่ทันได้สังเกตุว่าริวจังมากับใคร พอมองอีกทีก็เห็นเรียวจังยืนอยู่ข้างๆ ริวแล้ว คงจะมาด้วยกัน ด้วยจักรยานคันเก่งที่ริวจังจูงมาด้วย


เรียวจังอ่ะ เรียวจัง น้องอ่ะ น้องมากับริวจัง โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

น้องตัวบางนิดเดียว \\ToT//.....


แล้วทั้ง2 คน ก็เดินไป โดยริวจังเดินจูงจักรยานอยู่ข้างหน้า น้องเดินตามหลัง เดินไปทางขวาของบ้านเรา

ไอ้เราก็เดินกลับเข้าหลังบ้าน เพราะคิดว่าไม่ควรไปรบกวนเวลาส่วนตัวของทั้ง 2 คน เพราะเหมือนว่าเค้าแอบออกมาเที่ยวกัน

เดินกลับเข้ามาหลังบ้าน ก็คิด คิด คิด และคิด คิดว่า "ดีแล้วเหรอ แบบนี้จะดีเหรอ ได้เจอแล้วนะเว้ย"

ก็เลยตัดสินใจวิ่งออกไป วิ่งตามริวจังกับเรียวจังไป ดีที่ทั้ง 2 คนยังไปไม่ไกล เดินห่างจากบ้านเราไปแค่ 4-5 หลังเท่านั้น เราเลยรีบวิ่งตาม แต่ความรู้สึกตอนวิ่งนี่มันเชื่องช้ามาก ได้ยินเสียงแม่เราตะโกนออกมาจากหลังบ้าน แต่เราไม่สนใจอะไรอีกแล้ว วิ่งไล่จนมาดักอยู่ด้านหน้าของเรียวจังได้

ยืนประจันหน้ากับเรียวจังด้วยความกระหืดกระหอบ ตอนนั้นริวจังก็เอาจักรยานพิงไว้ข้างรั้ว แล้วก็หยุดรอเราซึ่งกำลังจะพูดกับเรียวจัง

เราพยายามสูดลมหายใจ แล้วก็พูดกับเรียวจังว่า

 

"I'm your fanclub in Thailand"

 

น้องยิ้มหล่ะ

 

แล้วเราก็ยื่นมือขวาออกไปหาเรียวจัง แล้วก็บอกว่า "Can I ......" พูดยังไม่ทันจบ น้องก็ยื่นมือขวาออกมาจับมือกับเรา

 

โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยย โคตรดีใจเลยอ่ะ  เราได้แต่บอกว่า "Thank you, Thank you" มันพูดไม่ออกอะ

 

แล้วเราก็หันไปหาริวจัง พร้อมกับยืนมือไปหาริวจังด้วย  ได้จับมือกับริวจังด้วยอีกเหมือนกัน >.<......

แล้วเราก็เดินมายืนพิงกับรั้วที่ริวจังพิงจักรยานไว้ แล้วก็ถามเด็กๆ จำได้ว่าถามเป็นภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ ไป

น้องกับริวจังก็ตอบคำถามด้วยรอยยิ้มตลอด แต่ถามไปได้แค่ 2 คำถาม ก็มีคนอื่นเข้ามา เหมือนจะเป็นแฟนวินส์เหมือนกัน เป็นผู้หญิง ริวจังก็ไปคุยกับเค้า เรียวจังก็ทำท่าจะหันไปคุยกับคนนั้น เราก็เลยเรียกน้องไว้

 

"Ryoheikun can i tough u hand again" น้องยิ้มอ่ะ แล้วก็ยื่นมือมาให้จับ

 

แต่เราไม่จับเฉยๆนะคราวนี้ เราบอกน้องว่า "wait a miniute" ในขณะที่เรายังจับมือน้องอยู่เลย

 

เราเอื้อมมือซ้ายที่ว่างอยู่มาจับมือน้อง แล้วก็ขอมือน้องอีกข้าง เราจับมือเรียวจังไว้ทั้ง 2 มือ แล้วก็หงายฝ่ามือน้องขึ้นมา มือเรียวจังเล็กไม่ใหญ่เลย ฝ่ามือดูจะเล็กกว่าเรานิดหน่อย แต่นิ้วยาวกว่า พอพลิกขึ้นมาก็ตกใจ เพราะมือน้องถลอกหล่ะ กำลังจะถามว่าไปทำอะไรมา แล้วก็จะขอดูมือริวจังด้วยว่าเป็นเหมือนกันรึเปล่า

แต่ริวจังก็หยิบจักรยานขึ้นมา แล้วก็ขึ้นไปนั่ง แล้วเรียวจังก็นั่งซ้อนที่เบาะหลัง พร้อมกับบอกว่า "we must go"

แล้วก็ขี่รถไปตรงสี่แยกไฟแดง ซึ่งจะเลยจากจุดที่ยืนคุยกันอยู่นิดเดียว  ขี่ตรงทางม้าลายไปได้ครึ่งถนน เราก็ตะโกนถามไปว่าจะไปไหน เราะจะได้ช่วยบอกทางให้ แล้วพักอยู่ไหนกัน เรียวจังก็ตอบว่าจะไปวัดอะไรสักอย่างซึ่งมันไม่ได้อยู่แถวบ้านเราเลย

เรากำลังจะบอกว่า วัดที่เรียวจังบอกนะ ไม่ได้อยู่แถวนี้ แต่ก็ไม่ทันแล้ว ริวจังขี่จักรยานไปไกลแล้ว แต่ทั้ง 2 คนก็ยังโบกไม้โบกมือให้เราอีก

เราเลยเดินกลับบ้าน ในใจก็ยังคิดว่าเรื่องจริงเหรอเนี่ย เราได้เจอริวจังกับเรียวจัง จริงๆ เหรอเนี่ย

คิดไปคิดมา ก็คิดว่าจริงแน่ ถึงแม้ว่าในความคิด ณ ตอนนั้น ก็คิดอยู่เหมือนกันนะว่ามันจะเป็นเพียงแค่ความฝันรึเปล่า พอตื่นขึ้นมามันก็จะไม่ใช่ใช่มั๊ย แต่เหมือนในฝัน เราก็เชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง

เลยโทรหาบุ๋ม กรีดร้องว่าเราเจอริวจัง กับ เรียวจัง ตอนแรกบุ๋มมันบอกว่าอย่าเล่าให้มันฟังเลย มันเสียดาย เราก็ไม่ยอมยืนยันจะเล่า แล้วก็พูดว่าเหมือนฝันเลยเน๊อะ ไม่คิดว่าจะได้เจอ ไม่ใช่ว่าเรากำลังฝันอยู่นะ แล้วเราก็กรีดร้องกับไอ้บุ๋มสักพักนึงก็วางสาย

จากนั้นเห็นอะไรอีกบ้างก็ไม่รู้ ....... รู้แต่ว่าได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก รู้ตัวนะแต่ไม่อยากตื่น บ่นกับตัวเองว่ากำลังคุยกับริวจัง และ เรียวจังอยู่ยังไม่อยากตื่น

 

แต่เมื่อตื่นขึ้นมา ความรู้สึกแรกก็คือ

 

"นี่เราฝันไปจริงๆ ด้วยซินะ"

 

แต่ถึงอย่างนั้นเราก็มีความสุขมากเลยนะ เราเคยฝันเห็นริวจังมาประมาณ 2-3 ครั้ง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนชัดเจนเท่านี้เลย

ส่วนเรียวจัง เราเคยฝันถึงแค่ครั้งเดียว ครั้งนั้น เราเห็นทั้ง 3 คนเลย แน่นอนว่าไม่ชัดแบนี้

 

เมื่อคืน เป็นความฝันที่ใกล้ชิด เห็นหน้าชัดมาก ทั้ง 2 สูงกว่าเราไม่เท่าไหร่ เราเลยไม่ต้องเงยหน้าเยอะมาก

เห็นหน้าริวจังค่อนข้างชัดว่ามันนิดหน่อย อาจเป็นเพราะว่าเป็นคนปั่นจักรยานก็ได้ เห็นหนวดบนริมฝีปากนิดนึงด้วยหล่ะ เหมือนจะเห็นสิวเม็ดนึงด้วยน้า หุหุหุ

หน้าเรียวจังก็เห็นชัดเหมือนกัน หน้าขาวใส แต่ในความคิดเราตอนนั้น หน้าน้องเป็นเด็กผู้ชายมากเลย ไม่ถึงกับหวานเหมือนที่เห็นในรูป อาจเป็นเพราะน้องไม่ได้แต่งหน้าก็ได้  ^^

 

อ่า........................

 

ในที่สุดก็เล่าจบ ซะที 555555555

Just a dream นะ 55555555555

เห้อ... แต่แค่นี้ก็มีความสุขแล้วน้า

เอนทรี่นี้ไร้สาระมากมาย 5555555555

 

แต่เราว่าคงจะอารมณ์ประมาณพวกที่ได้ไป HK แล้วได้เจอโดยบังเอิญนี่หล่ะ

ใช่มะ 5555555555555555555555555555555555555555

 

edit @ 18 Nov 2009 16:22:16 by Matsuokun